การเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา ค.ศ. 2012
เป็นการเลือกตั้งประธานาธิบดีทุกสี่ปีครั้งที่ 57 และมีขึ้นในวันที่ 6 พฤศจิกายน ค.ศ. 2012 ประธานาธิบดีบารัก โอบามา ผู้ลงสมัครจากพรรคเดโมแครต กับรองประธานาธิบดีโจ ไบเดน คู่ลงสมัคร ได้รับเลือกตั้งให้ดำรงตำแหน่งเป็นสมัยที่สอง คู่แข่งคนสำคัญ คือ มิตต์ รอมนีย์ ผู้ลงสมัครจากพรรครีพับลิกันและอดีตผู้ว่าการ รัฐแมสซาชูเซตส์ และวุฒิสมาชิกพอล ไรอัน คู่ลงสมัคร จากรัฐวิสคอนซิน
ตามที่ระบุไว้ในรัฐธรรมนูญ การเลือกตั้งประธานาธิบดีครั้งนี้เกิดขึ้นพร้อมกับการเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภาสหรัฐอเมริกาซึ่งวุฒิสมาชิกหนึ่งในสาม (33 ที่นั่ง) ต้องมีการเลือกตั้งใหม่ และการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทุกสองปีเพื่อเลือกตั้งสมาชิกมายังสมัยประชุมสภาคองเกรสที่ 113 นอกจากนี้ ยังมีการเลือกตั้งผู้ว่าการรัฐสิบเอ็ดรัฐและการเลือกตั้งสภานิติบัญญัติในหลายรัฐพร้อมกันด้วย
นับถอยหลังเดือนกว่าก่อนถึงศึกชิงชัยประธานาธิบดีสหรัฐ 2012 ผลการหยั่งเสียงพบว่าประธานาธิบดีบารัค โอบามาเริ่มมีคะแนนนำมิตต์ รอมนีย์ ในรัฐ Swing States หรือรัฐที่ไม่ได้เป็นพื้นที่ของพรรคใดพรรคหนึ่งชัดเจน
คุณลักษณะจำเพาะของการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐคือ บางรัฐจะผูกขาดกับพรรคการเมืองพรรคใดพรรคหนึ่ง ชนิดว่าพรรคส่งผู้สมัครคนใดก็แทบจะ “นอนมา” ทำให้ผู้ลงสมัครรับเลือกตั้งเป็นประธานาธิบดี มักไม่ให้ความสำคัญกับการหาเสียงในรัฐเหล่านี้ แต่กลับไปมุ่งความสนใจกับรัฐ Swing States ที่ผู้มีสิทธิเลือกตั้งยังไม่ตัดสินใจตายตัวว่าจะเลือกผู้สมัครคนใดแทน
และแน่นอนว่าในการเลือกตั้งครั้งที่คะแนนเสียงสูสี เวทีตัดสินผู้ชนะมักเป็นรัฐ Swing States เหล่านี้ ตัวอย่างเช่น การเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐปี 2000 ระหว่างจอร์จ ดับเบิลยู บุช กับอัล กอร์ ที่ต้องไปตัดสินกันที่รัฐฟลอริดา หรือการเลือกตั้งในปี 2004 ระหว่างบุชกับจอห์น เคอร์รี ที่ไปตัดสินกันในรัฐโอไฮโอ
ผลการเลือกตั้งประธานาธิบดีปี 2008 แสดงว่าพรรคใดชนะในรัฐ Swing States
สำหรับการเลือกตั้งในปี 2012 ระหว่างโอบามากับรอมนีย์ ผลการหยั่งเสียงในรัฐ Swing States พบว่าผู้สมัครทั้งสองคนมีคะแนนสูสีกันมาโดยตลอด แต่เมื่อนับช่วงปลายเดือนสิงหาคมเป็นต้นมา คะแนนเสียงของโอบามาเริ่มฉีกหนีจากรอมนีย์ได้มากขึ้น แม้ว่าจะยังทิ้งห่างรอมนีย์ไม่มากนัก แต่ก็เป็นสัญญาณที่ดีต่อแคมเปญหาเสียงของโอบามา
คะแนนหยั่งเสียงในรัฐโอไฮโอ โอบามานำอยู่ด้วยคะแนน 53:43 ส่วนรัฐฟลอริดาคือ 53:44 และรัฐเพนซิลวาเนียอยู่ที่ 54:42 (คะแนนกลุ่มที่เหลือคือคนที่ยังไม่ตัดสินใจเลือกประธานาธิบดีคนใดคนหนึ่ง)
ในการเลือกตั้งครั้งนี้ รัฐที่ถูกประเมินว่าเป็น Swing States มีเพียง 9 รัฐคือ โคโลราโด ฟลอริดา ไอโอวา เนวาดา นิวแฮมป์เชียร์ นอร์ธแคโรไลนา โอไฮโอ เวอร์จิเนีย วิสคอนซิน
รัฐที่เลือกพรรคเดโมแครตหรือ Blue States มีคะแนนเสียงสำหรับเลือกประธานาธิบดี (electoral vote) อยู่ 237 คะแนน ส่วนรัฐที่เลือกพรรครีพับลิกันหรือ Red States มี 191 คะแนน ส่วนรัฐ Swing States มีคะแนนเสียงรวมกันที่ 110 คะแนน ผู้ที่จะได้เป็นประธานาธิบดีต้องมีคะแนนอย่างน้อย 270 คะแนน